2026 Guide: “คำเตือน” บังคับที่ต้องมีในโฆษณาอาหาร ขอ ฆอ. อย่างไรไม่ให้โดนปัดตก!

2026 Guide: "คำเตือน" บังคับที่ต้องมีในโฆษณาอาหาร ขอ ฆอ. อย่างไรไม่ให้โดนปัดตก!

เคยไหม? มั่นใจว่าสคริปต์โฆษณาสวยหรู ไม่มีคำต้องห้ามแม้แต่คำเดียว แต่สุดท้ายกลับโดน อย. ตีกลับเพียงเพราะ “ขาดคำเตือนบังคับ” หรือ “วางคำเตือนผิดตำแหน่ง” ในการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) การใส่คำเตือนไม่ใช่แค่เรื่องของความโปร่งใส แต่เป็น “กฎเหล็ก” ที่กฎหมายกำหนด วันนี้ ThaiFDA.com จะพาไปเช็คลิสต์คำเตือนที่ต้องมีในงานโฆษณา เพื่อให้การยื่นขออนุญาตของคุณผ่านฉลุยในรอบเดียวครับ


ทำไมโฆษณาอาหารต้องมีคำเตือน?

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้การโฆษณาอาหารบางประเภท โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องระบุคำเตือนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าอาหารสามารถใช้แทนยารักษาโรคได้ หรือบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปจนเกิดอันตราย


1. คำเตือนพื้นฐานสำหรับ “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” (Dietary Supplements)

หากคุณกำลังโฆษณาอาหารเสริม ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน วิตามิน หรือสมุนไพรสกัด ข้อความเหล่านี้ “ต้องมี” และต้องเห็นชัดเจน:

  • ข้อความบังคับ 3 ประโยคหลัก:

    1. “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน”

    2. “ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค”

    3. “อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค” (หรือ “ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ”)

จุดที่มักพลาด: การใช้คำเตือนไม่ครบทั้ง 3 ส่วน หรือการปรับเปลี่ยนถ้อยคำเอง เช่น เปลี่ยนจาก “ไม่ควรรับประทาน” เป็น “ควรระวัง” แบบนี้ถือว่าผิดระเบียบและจะไม่ผ่านการพิจารณาครับ


2. คำเตือนเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Specific Warnings)

อาหารบางประเภทที่มีส่วนผสมเฉพาะทาง ต้องเพิ่มคำเตือนพิเศษตามที่ อย. กำหนด เช่น:

  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน: “ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์”

  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของรอยัลเยลลี (นมผึ้ง): “ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้ไม่ควรรับประทาน เพราะอาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง”

  • อาหารกลุ่ม Weight Management: มักต้องระบุข้อความเกี่ยวกับ “การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย” ควบคู่ไปด้วยเสมอ


3. หลักเกณฑ์การวาง “คำเตือน” ในสื่อโฆษณา (Technical Requirements)

แม้จะใส่คำครบ แต่ถ้า “วางไม่ถูกที่” หรือ “ตัวเล็กเกินไป” อย. ก็ไม่ให้ผ่านครับ นี่คือเกณฑ์อัพเดทล่าสุด:

ประเภทสื่อข้อกำหนดของคำเตือน
ภาพนิ่ง / Infographicต้องมีตัวอักษรที่อ่านได้ชัดเจน ขนาดไม่เล็กกว่า 2 มม. และสีตัวอักษรต้องตัดกับพื้นหลัง
วิดีโอ (TV / TikTok / FB)คำเตือนต้องปรากฏค้างไว้นานพอที่คนจะอ่านจบ (ไม่น้อยกว่า 2-5 วินาที ขึ้นอยู่กับความยาวคลิป)
สื่อวิทยุ / Podcastต้องพูดคำเตือนด้วยความเร็วปกติ ชัดเจน ไม่รัวเร็วเกินไปจนฟังไม่รู้เรื่อง

4. เคล็ดลับจาก ThaiFDA.com : ขอ ฆอ. อย่างไรให้ผ่านง่ายขึ้น

  1. Placement is Key: สำหรับสื่อภาพนิ่ง แนะนำให้วางคำเตือนไว้ที่ส่วนล่างของภาพในกรอบที่ดูสะอาดตา ไม่ซ้อนทับกับรูปภาพผลิตภัณฑ์

  2. Voice Over: ในสื่อวิดีโอ การให้มีเสียงบรรยาย (Voice Over) อ่านคำเตือนควบคู่ไปกับตัวอักษรบนหน้าจอ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการผ่านอนุมัติได้สูงขึ้น

  3. ตรวจสอบประกาศล่าสุด: อย. มีการอัพเดทระเบียบอยู่เสมอ (เช่น การโฆษณาอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา-กัญชง) การติดตามข่าวสารจึงสำคัญมาก


สรุป: อย่าให้เรื่อง “คำเตือน” กลายเป็นอุปสรรคธุรกิจ

การจัดทำโฆษณาให้ถูกต้องตามระเบียบ อย. อาจดูยุ่งยากและซับซ้อน แต่ถ้าคุณเตรียมตัวดีตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ สรุปคำเตือนให้ครบถ้วนตามประเภทสินค้า การได้รับใบอนุญาต ฆอ. ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ไม่อยากเสียเวลาแก้สคริปต์? ให้ ThaiFDA.com ดูแลคุณ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารแบบครบวงจร ช่วยตรวจสอบคำเตือน จัดวางตำแหน่งข้อความ และดำเนินการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ อย. ให้คุณได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้อง รวดเร็ว และนำไปใช้งานได้ทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข #รับขอใบอนุญาตโฆษณา อย. #บริการขอใบอนุญาตโฆษณา #อย. https://www.thaifda.com #ฆอ #ฆท #ฆพ #ฆสมพ #อนุมัติไว #ถูกต้อง #บริการขออนุญาต #โฆษณาอาหาร #โฆษณายา #โฆษณาเครื่องมือแพทย์ #โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร #ขอฆอราคากันเอง #ครบจบที่เรา #ด้วยประการณ์ยาวนานกว่า25ปี #จ้างจ่ายจบครบที่นี่ #ขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารยาเครื่องมือแพทย์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร #โฆษณาถูกต้อง #ถูกกฎหมาย #ถูกต้องตามข้อกำหนด #ถูกต้องตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค #ขออนุญาตโฆษณาสื่อโทรทัศน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อวิทยุ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อออนไลน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่ออินเตอร์เน็ต #โฆษณาติ๊กต๊อกต๊อก
Picture of กองบรรณาธิการ ThaiFDA

กองบรรณาธิการ ThaiFDA

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ อย. ประสบการณ์กว่า 25 ปี ดูแลเคสสำเร็จมาแล้วกว่า 1,800 เคส
อ่านแล้วยังสับสน? กลัวเตรียมเอกสารผิด? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี

ปรึกษาฟรี!

บทความที่เกี่ยวข้อง