FAQ: เจาะลึกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) สรุปเรื่อง "ฉลากอาหาร" ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ (Update 2026)
ในการผลิตหรือนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย กฎหมายที่เปรียบเสมือน “ธรรมนูญฉลาก” คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2557 แม้จะประกาศมานาน แต่มีการอัพเดทเพิ่มเติมอยู่เสมอ (เช่น ฉบับที่ 383, 401 และ 445)
วันนี้ ThaiFDA.com สรุปประเด็นถาม-ตอบที่ผู้ประกอบการมักสงสัย เพื่อให้คุณจัดทำฉลากได้ถูกต้อง ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขหลายรอบครับ
Q1: ประกาศฉบับที่ 367 บังคับใช้กับใครบ้าง?
คำตอบ: บังคับใช้กับ “อาหารในภาชนะบรรจุ” ทุกชนิดที่จำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้าก็ตาม รวมถึงอาหารที่แบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายด้วยครับ
Q2: ข้อมูลบังคับที่ “ต้องมี” บนฉลากอาหารมีอะไรบ้าง?
คำตอบ: ตามประกาศฉบับนี้ ข้อมูลพื้นฐานที่ต้องแสดงเป็น ภาษาไทย ได้แก่:
-
ชื่ออาหาร (ตรงตามที่จดทะเบียนสารบบ)
-
เลขสารบบอาหาร (เลข อย. 13 หลัก)
-
ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ (หรือผู้นำเข้าและประเทศผู้ผลิต)
-
ปริมาณสุทธิ
-
ส่วนประกอบที่สำคัญ (เรียงตามลำดับปริมาณจากมากไปน้อยเป็นร้อยละ)
-
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร (ต้องมีข้อความระบุชัดเจน)
-
วันเดือนปีที่ผลิต หรือ วันเดือนปีที่หมดอายุ
-
คำเตือน (ถ้ามีกฎหมายบังคับเฉพาะ)
Q3: “ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร” ต้องแสดงอย่างไรให้ถูกต้อง?
คำตอบ: นี่คือจุดที่ อย. เข้มงวดมากครับ หากมีส่วนประกอบที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ (เช่น แป้งสาลี, ไข่, นม, สัตว์น้ำเปลือกแข็ง, ถั่ว) ต้องระบุว่า:
-
“มี…” (กรณีมีสารนั้นเป็นส่วนประกอบ)
-
“อาจมี…” (กรณีมีการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต)
-
ข้อความนี้ต้องอยู่ในกรอบหรือมีสีตัวอักษรที่ตัดกับสีพื้นฉลากอย่างชัดเจน
Q4: การแสดงวันหมดอายุ มีหลักเกณฑ์อย่างไร?
คำตอบ: * อาหารที่เก็บได้ ไม่เกิน 90 วัน ต้องระบุ วัน เดือน ปี
-
อาหารที่เก็บได้ เกิน 90 วัน ระบุ วัน เดือน ปี หรือ เดือน ปี ก็ได้
-
ต้องใช้คำว่า “ควรบริโภคก่อน” (Best Before) หรือ “วันหมดอายุ” (Expiry Date) กำกับให้ชัดเจน
Q5: ฉลากอาหารนำเข้า ต้องติดทับฉลากเดิมได้ไหม?
คำตอบ: ได้ครับ! คุณสามารถทำฉลากภาษาไทยในรูปแบบสติกเกอร์ (Sticker) มาติดทับฉลากภาษาต่างประเทศได้ แต่ต้องมั่นใจว่าข้อมูลภาษาไทยครบถ้วนตามกฎหมาย และไม่ปิดทับข้อมูลสำคัญที่เป็นสากล เช่น วันหมดอายุที่พิมพ์มาจากโรงงานต้นทาง
Q6: ขนาดตัวอักษรบนฉลากมีข้อกำหนดหรือไม่?
คำตอบ: มีครับ! โดยทั่วไปชื่ออาหารต้องมีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนข้อมูลอื่นๆ ความสูงของตัวอักษรต้อง ไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร (ยกเว้นภาชนะบรรจุขนาดเล็กมากๆ จะมีข้อยกเว้นตามพื้นที่ผิวที่กำหนดไว้ในประกาศ)
สรุป: ฉลากถูกต้อง งานโฆษณาก็ผ่านฉลุย
การทำฉลากให้ถูกตามประกาศฉบับที่ 367 คือพื้นฐานสำคัญที่สุด หากฉลากของคุณ “ตกม้าตาย” ตั้งแต่แรก การไปยื่นขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ
ทำไมต้องปรึกษา ThaiFDA.com ? เราไม่ได้ดูแลแค่การขอใบอนุญาตโฆษณา แต่เราช่วย “Pre-audit” ตรวจสอบความถูกต้องของฉลากอาหารให้คุณก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อนำชิ้นงานไปขอ ฆอ. แล้ว จะไม่มีประเด็นเรื่องฉลากมาทำให้งานของคุณล่าช้า
ไม่อยากเสียเวลาตีกลับ? ส่งฉลากของคุณมาให้ผู้เชี่ยวชาญจาก ThaiFDA.com ตรวจสอบเบื้องต้นได้เลยวันนี้ครับ!









