03/02/2026
@ThaiFDA

เจาะลึก พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522: กฎหมายหลักที่คนทำธุรกิจอาหารและอาหารเสริมต้องรู้ (Update 2026)

เจาะลึก พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522: กฎหมายหลักที่คนทำธุรกิจอาหารและอาหารเสริมต้องรู้ (Update 2026)

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะเริ่มผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารและอาหารเสริมในประเทศไทย “คัมภีร์” เล่มแรกที่คุณต้องทำความเข้าใจคือ พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ครับ กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนธรรมนูญที่ควบคุมมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหารทั่วประเทศ หากทำผิดกฎระเบียบที่ระบุไว้ในนี้ ไม่เพียงแต่จะโดนค่าปรับมหาศาล แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกระงับธุรกิจอีกด้วย

วันนี้ ThaiFDA.com จะสรุปใจความสำคัญของ พรบ. อาหาร 2522 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจและการโฆษณามาให้เข้าใจง่ายๆ ภายใน 5 นาทีครับ


พรบ. อาหาร 2522 คืออะไร? และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 คือกฎหมายหลักที่ให้อำนาจสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการควบคุมดูแลอาหารให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

วัตถุประสงค์หลัก:

  1. คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค: ป้องกันอาหารปลอม อาหารผิดมาตรฐาน และอาหารที่ไม่บริสุทธิ์

  2. ควบคุมคุณภาพมาตรฐานอาหาร: กำหนดเกณฑ์การผลิต การบรรจุ และการแสดงฉลาก

  3. ควบคุมการโฆษณา: ป้องกันการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร


3 ส่วนสำคัญที่ผู้ประกอบการต้อง “เช็คลิสต์”

หากคุณอ่านกฎหมายฉบับเต็มอาจจะมึนงงกับภาษากฎหมาย แต่สำหรับเจ้าของแบรนด์ ให้โฟกัสที่ 3 ส่วนนี้ครับ:

1. การควบคุมการผลิตและนำเข้า (มาตรา 14 – 24)

ก่อนจะขายได้ คุณต้องมี “ใบอนุญาต” เสียก่อน

  • การผลิต: ต้องขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร (สบ. 1 หรือ อ. 2)

  • การนำเข้า: ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (อ. 6 หรือ อ. 7)

  • การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร: อาหารบางประเภทต้องส่งสูตรให้ อย. ตรวจสอบก่อนได้รับเลขสารบบ (เลข อย. 13 หลัก)

2. มาตรฐานและการแสดงฉลาก (มาตรา 6)

อย. มีอำนาจกำหนดว่าอาหารแต่ละประเภทต้องมีมาตรฐานอย่างไร และฉลากต้องระบุอะไรบ้าง เช่น ชื่ออาหาร, ส่วนประกอบ, วันหมดอายุ และคำเตือนบังคับ

3. การควบคุมการโฆษณา (มาตรา 40 – 41)

ส่วนนี้คือหัวใจสำคัญของการขอ ฆอ. ครับ

  • มาตรา 40: ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

  • มาตรา 41: การโฆษณาสรรพคุณผ่านสื่อ (วิทยุ, ทีวี, ออนไลน์, สิ่งพิมพ์) ต้องได้รับอนุญาตข้อความ เสียง หรือภาพจากผู้อนุญาตก่อน


บทลงโทษที่คุณควรรู้ (โทษหนักกว่าที่คิด!)

การฝ่าฝืน พรบ. อาหาร 2522 มีโทษทั้งจำและปรับ โดยอัพเดทโทษที่พบบ่อยในปี 2569 มีดังนี้:

ความผิดโทษปรับสูงสุดโทษจำคุกสูงสุด
โฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต (ไม่มี ฆอ.)5,000 บาท
โฆษณาเท็จ/เกินจริง/หลอกลวง30,000 บาท3 ปี
จำหน่ายอาหารปลอม100,000 บาท10 ปี
ฝ่าฝืนคำสั่งระงับการโฆษณาปรับรายวัน 500 – 1,000 บาท

สรุป: ทำไมต้องทำตาม พรบ. อาหาร 2522?

นอกจากเรื่องของกฎหมายแล้ว การทำตาม พรบ. อาหาร 2522 คือการสร้าง “ความเชื่อมั่น (Trust)” ให้กับแบรนด์ของคุณ ในยุคที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลได้เพียงปลายนิ้ว การมีเลข อย. และเลข ฆอ. ที่ถูกต้อง คือเครื่องยืนยันว่าสินค้าของคุณมีคุณภาพจริงตามที่กล่าวอ้าง


ให้ ThaiFDA.com ช่วยคุณจัดการเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

กฎหมายอาหารมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก ทั้งประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับย่อย และเกณฑ์การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ที่ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย การลองผิดลองถูกเองอาจทำให้คุณเสียเวลาและเสียโอกาสทางการตลาด

ที่ ThaiFDA.com เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาหารโดยตรง:

  • บริการขอใบอนุญาตผลิต/นำเข้าอาหาร

  • รับจดทะเบียนเลข อย. สินค้าทุกประเภท

  • เชี่ยวชาญพิเศษด้านการขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) ตรวจสอบคำโฆษณาให้ผ่านฉลุยภายใต้มาตรา 40 และ 41

ไม่อยากเสี่ยงโดนปรับ หรืออยากให้ธุรกิจเริ่มได้อย่างมั่นคง ปรึกษาเราได้เลยครับ!

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข #รับขอใบอนุญาตโฆษณา อย. #บริการขอใบอนุญาตโฆษณา #อย. https://www.thaifda.com #ฆอ #ฆท #ฆพ #ฆสมพ #อนุมัติไว #ถูกต้อง #บริการขออนุญาต #โฆษณาอาหาร #โฆษณายา #โฆษณาเครื่องมือแพทย์ #โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร #ขอฆอราคากันเอง #ครบจบที่เรา #ด้วยประการณ์ยาวนานกว่า25ปี #จ้างจ่ายจบครบที่นี่ #ขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารยาเครื่องมือแพทย์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร #โฆษณาถูกต้อง #ถูกกฎหมาย #ถูกต้องตามข้อกำหนด #ถูกต้องตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค #ขออนุญาตโฆษณาสื่อโทรทัศน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อวิทยุ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อออนไลน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่ออินเตอร์เน็ต #โฆษณาติ๊กต๊อกต๊อก
Picture of กองบรรณาธิการ ThaiFDA

กองบรรณาธิการ ThaiFDA

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ อย. ประสบการณ์กว่า 25 ปี ดูแลเคสสำเร็จมาแล้วกว่า 1,800 เคส
อ่านแล้วยังสับสน? กลัวเตรียมเอกสารผิด? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี

ปรึกษาฟรี!

บทความที่เกี่ยวข้อง