คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ปลอดภัยจริงไหม? เปิดเกณฑ์ อย. ล่าสุดที่คนทำแบรนด์อาหารเสริมต้องรู้!

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ปลอดภัยจริงไหม? เปิดเกณฑ์ อย. ล่าสุดที่คนทำแบรนด์อาหารเสริมต้องรู้!

ในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “คลอโรฟิลล์” ยังคงเป็นสารสกัดยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นจุดขายด้านการดีท็อกซ์และสุขภาพผิวพรรณ อย่างไรก็ตาม การนำคลอโรฟิลล์มาใส่ในผลิตภัณฑ์และโฆษณาสรรพคุณนั้นมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

วันนี้ ThaiFDA.com จะพาไปเจาะลึกว่าการใช้คลอโรฟิลล์อย่างไรให้ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และสามารถยื่นขอ ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) ได้ผ่านฉลุยครับ


1. คลอโรฟิลล์ที่ อย. อนุญาตให้ใช้คือประเภทไหน?

โดยทั่วไป คลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติมีความไม่คงตัวสูง ดังนั้นในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมจึงมักใช้สารอนุพันธ์ที่เรียกว่า “โซเดียม คอปเปอร์ คลอโรฟิลลิน” (Sodium Copper Chlorophyllin) ซึ่งละลายน้ำได้ดีและมีความคงตัวมากกว่า

เกณฑ์ความปลอดภัยที่ต้องระวัง:

  • แหล่งที่มา: ต้องสกัดจากพืชที่ปลอดภัยและได้รับอนุญาต เช่น อัลฟัลฟ่า (Alfalfa)

  • ปริมาณสารสำคัญ: อย. มีการกำหนดปริมาณการใช้ต่อวันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการสะสมของโลหะหนัก (คอปเปอร์) ในร่างกาย

  • มาตรฐานวัตถุดิบ: ต้องมีใบวิเคราะห์ (COA) ที่ยืนยันว่าไม่มีสารปนเปื้อนเกินเกณฑ์มาตรฐานอาหาร


2. ข้อกำหนดการแสดงฉลากและการใช้คำเตือน

เนื่องจากคลอโรฟิลล์เป็นสารสกัดเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมนี้ต้องแสดงคำเตือนเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค:

  • คำเตือนพื้นฐาน: “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน”

  • คำเตือนเฉพาะ: ในบางกรณีอาจต้องระบุเกี่ยวกับการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบการดูดซึมแร่ธาตุในร่างกาย

  • ห้ามระบุสรรพคุณทางยา: บนฉลากห้ามมีข้อความที่สื่อถึงการรักษาโรคโดยเด็ดขาด


3. กลยุทธ์การโฆษณาคลอโรฟิลล์ (การขอ ฆอ.) ให้ถูกกฎหมาย

นี่คือส่วนที่ผู้ประกอบการมักประสบปัญหามากที่สุด เพราะคำโฆษณายอดฮิตหลายคำมักขัดต่อกฎหมาย อย.

สิ่งที่ “ห้ามพูด” ในสื่อโฆษณา:

  • ล้างพิษ/ดีท็อกซ์เลือด: อย. ไม่อนุญาตให้ใช้คำที่สื่อถึงการล้างสารพิษในระบบเลือดหรือร่างกายทั้งหมด

  • รักษาสิว/หน้าใส: ห้ามเคลมว่าช่วยรักษาโรคผิวหนังหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวอย่างรวดเร็ว

  • ป้องกันมะเร็ง: ห้ามระบุสรรพคุณในการยับยั้งหรือป้องกันโรคร้ายแรง

สิ่งที่ “พูดได้” (ต้องได้รับอนุมัติ ฆอ.):

  • การให้ข้อมูลในเชิงภาพลักษณ์ Lifestyle ที่ดูสุขภาพดี

  • การกล่าวอ้างหน้าที่สารอาหารพื้นฐาน (หากมีการเติมวิตามินอื่นๆ ลงในสูตร)

  • การใช้คำที่ได้รับอนุญาตตามพจนานุกรมโฆษณาของ อย.


4. ตารางสรุป: สิ่งที่ต้องเช็คก่อนส่งงานโฆษณาคลอโรฟิลล์

หัวข้อตรวจสอบรายละเอียดที่ต้องมี
ปริมาณที่ใช้ไม่เกินเกณฑ์ที่ อย. กำหนดต่อวัน
เอกสาร COAระบุค่า Copper และความบริสุทธิ์ของสารสกัด
สีของผลิตภัณฑ์ต้องเป็นสีธรรมชาติจากคลอโรฟิลล์ ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์ที่ห้ามใช้
คำเคลมโฆษณาเน้นความเป็น Functional Food ไม่ใช่ยารักษาโรค

สรุป: ความปลอดภัยคือหัวใจของแบรนด์ที่ยั่งยืน

การใช้คลอโรฟิลล์ในปริมาณที่เหมาะสมตามเกณฑ์ อย. นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างไร้ความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบหรือสั่งระงับโฆษณา

ทำไมต้องเลือก ThaiFDA.com ? การขอใบอนุญาตโฆษณา (ฆอ.) สำหรับผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์นั้นมีความละเอียดอ่อนสูงมาก ทีมงานของ ThaiFDA.com เชี่ยวชาญในการคัดกรองคำโฆษณาให้ดึงดูดใจผู้ซื้อ แต่ยังคงอยู่ในกรอบความปลอดภัยที่ อย. ยอมรับ

  • ตรวจสอบสูตร: เช็คปริมาณคลอโรฟิลล์ให้ตรงตามเกณฑ์ความปลอดภัย

  • เกลาคำโฆษณา: เปลี่ยนคำต้องห้ามให้เป็นคำที่ผ่าน อย. แน่นอน

  • ยื่น ฆอ. รวดเร็ว: ดำเนินการผ่านระบบ e-Submission ติดตามงานให้จนได้รับอนุมัติ

อยากให้ผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ของคุณสื่อสารได้ปังและถูกกฎหมาย 100% ปรึกษา ThaiFDA.com ได้เลยครับ!

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข #รับขอใบอนุญาตโฆษณา อย. #บริการขอใบอนุญาตโฆษณา #อย. https://www.thaifda.com #ฆอ #ฆท #ฆพ #ฆสมพ #อนุมัติไว #ถูกต้อง #บริการขออนุญาต #โฆษณาอาหาร #โฆษณายา #โฆษณาเครื่องมือแพทย์ #โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร #ขอฆอราคากันเอง #ครบจบที่เรา #ด้วยประการณ์ยาวนานกว่า25ปี #จ้างจ่ายจบครบที่นี่ #ขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารยาเครื่องมือแพทย์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร #โฆษณาถูกต้อง #ถูกกฎหมาย #ถูกต้องตามข้อกำหนด #ถูกต้องตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค #ขออนุญาตโฆษณาสื่อโทรทัศน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อวิทยุ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อออนไลน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่ออินเตอร์เน็ต #โฆษณาติ๊กต๊อกต๊อก
Picture of กองบรรณาธิการ ThaiFDA

กองบรรณาธิการ ThaiFDA

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ อย. ประสบการณ์กว่า 25 ปี ดูแลเคสสำเร็จมาแล้วกว่า 1,800 เคส
อ่านแล้วยังสับสน? กลัวเตรียมเอกสารผิด? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี

ปรึกษาฟรี!

บทความที่เกี่ยวข้อง