โฆษณาอาหาร ถูกกฎหมาย เพื่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์

โฆษณาอาหาร ถูกกฎหมาย เพื่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์

ในยุคที่ผู้บริโภคเปิดมือถือมากกว่าหนังสือพิมพ์ การตลาดจึงเคลื่อนไปอยู่บนหน้าจออย่างเต็มตัว ไม่ว่าคุณจะขายข้าวกล่อง อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ การ โฆษณาอาหาร ที่โดดเด่นจึงไม่ใช่แค่การดึงดูดใจ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ และที่สำคัญที่สุด…ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย

การโฆษณา อาหารในประเทศไทยนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมไม่ให้มีการโฆษณาที่เกินจริง หลอกลวง หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด

 

โฆษณาอาหาร ไม่ใช่แค่ขายของ แต่คือการสื่อสารอย่างมีจริยธรรม

โฆษณาอาหาร-ไม่ใช่แค่ขายของ-แต่ต้องมีจริยธรรม

หลายคนอาจมองว่าการโฆษณา อาหารเป็นเพียงแค่การโปรโมตสินค้า แต่ในความเป็นจริง มันคือการสื่อสารที่ต้องอิงกับข้อเท็จจริง และต้องระมัดระวังในการใช้ข้อความเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคหลงเชื่อผิด ๆ ซึ่งข้อห้ามสำคัญในโฆษณา อาหาร ได้แก่

  • กล่าวอ้างเกินจริง เช่น “กินแล้วหายป่วย”, “ลดความอ้วนได้ภายใน 3 วัน”
  • ใช้คำว่า “ปลอดภัย 100%”, “ไร้ผลข้างเคียง”
  • นำภาพประกอบที่ชวนเข้าใจผิด เช่น กราฟผลวิจัยจากต่างประเทศโดยไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน
  • แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น แพทย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ
  • เปรียบเทียบกับสินค้าของแบรนด์อื่น เพื่อทำให้ดูเหนือกว่า

 

ทำไมต้องขอ ใบอนุญาต โฆษณาอาหาร ก่อนเผยแพร่?

โฆษณาอาหาร-ทำไมต้องขอใบอนุญาตก่อนเผยแพร่

 

ก่อนที่โฆษณา อาหารจะถูกนำไปเผยแพร่บนช่องทางใดก็ตาม ผู้ประกอบการมีหน้าที่ “ขอใบอนุญาตโฆษณา” จากสำนักงาน อย. ให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณา

โฆษณาอาหาร-ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณา

  1. จัดเตรียมเอกสาร เช่น สคริปต์โฆษณา, ภาพนิ่ง/วิดีโอ, รายละเอียดสินค้า, อย.เลขที่จดแจ้ง
  2. กรอกแบบฟอร์มคำขอ ผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงาน อย.
  3. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน และชำระค่าธรรมเนียม
  4. รอการพิจารณา จากเจ้าหน้าที่ (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร)
  5. ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร จึงสามารถนำไปเผยแพร่ได้

โฆษณายา โฆษณาสมุนไพร โฆษณาเครื่องมือแพทย์ ต้องแยกให้ชัด

โฆษณาอาหาร-โฆษณาร่วมอุตสาหกรรมที่ต้องรู้จักแยกให้ชัด

 

ในอุตสาหกรรมสุขภาพและอาหาร มีการโฆษณาหลายรูปแบบที่อาจสับสนกันได้ ซึ่งกฎหมายไทยแยกประเภทชัดเจนว่า

  • โฆษณา อาหาร: ต้องไม่กล่าวอ้างรักษาโรค
  • โฆษณายา: ต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายยา อย. ก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะถ้าโฆษณาผ่านสื่อสาธารณะ เช่น ทีวี, เว็บไซต์
  • โฆษณาเครื่องมือแพทย์: ต้องขออนุญาตจาก อย. เช่นกัน โดยเน้นว่าเครื่องมือเหล่านั้นได้รับการรับรองว่าปลอดภัย
  • โฆษณาสมุนไพร: มีความพิเศษตรงที่ต้องควบคุมคำพูดไม่ให้แสดงสรรพคุณเกินจริง เช่น “รักษามะเร็ง”, “ฟื้นฟูตับ”

หากคุณไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเข้าข่ายใด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือศึกษาจาก เว็บไซต์ ThaiFDA ซึ่งรวบรวมข้อมูลไว้ครบถ้วน

 

ตัวอย่างข้อความโฆษณาที่ “ปลอดภัย” และ “ผิดกฎหมาย”

โฆษณาอาหาร-ตัวอย่างที่ปลอดภัย-และผิดกฎหมาย

ตัวอย่างข้อความโฆษณาที่ “ปลอดภัย”

  1. “มีใยอาหารสูง ช่วยในการขับถ่าย” เป็นการกล่าวอ้างสรรพคุณทั่วไปที่อยู่ในขอบเขตที่ อย. ยอมรับ
  2. “ผ่านการรับรองจาก อย.” แสดงข้อมูลจริงเกี่ยวกับสถานะของผลิตภัณฑ์
  3. “ปราศจากน้ำตาล” เป็นข้อมูลทางโภชนาการที่ตรวจสอบได้
  4. “ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100%” หากมีหลักฐานสนับสนุน สามารถใช้ได้
  5. “ควรรับประทานร่วมกับอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่” เป็นคำแนะนำเชิงสุขภาพที่ไม่เข้าข่ายโฆษณาหลอกลวง

ตัวอย่างข้อความโฆษณาที่ “ผิดกฎหมาย”

  1. “กินแล้วผิวขาวภายใน 3 วัน” อ้างเกินจริงและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
  2. “ลดไขมันในเลือดทันทีหลังดื่ม” เข้าข่ายโฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. “หายจากเบาหวานด้วยสมุนไพรตัวนี้” เป็นการโฆษณาสมุนไพรเกินจริง เสี่ยงผิด พ.ร.บ.ยาและสมุนไพร
  4. “ปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียง” ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดปลอดภัยได้ 100% ถือเป็นการหลอกลวง
  5. “ดีกว่าแบรนด์ A เห็นผลไวกว่า 5 เท่า” เปรียบเทียบที่ไม่เป็นธรรม และไม่มีแหล่งอ้างอิงน่าเชื่อถือ

การฝ่าฝืนมีโทษจริงจัง อย่าให้โฆษณาพลาดเป็นต้นเหตุของคดีความ

หากพบว่าโฆษณา อาหารของคุณมีเนื้อหาผิดกฎหมาย อย. มีสิทธิ์ระงับการเผยแพร่ทันที และอาจดำเนินการตามกฎหมาย เช่น

  • ปรับทางปกครอง สูงสุด 30,000 บาท
  • สั่งถอนโฆษณา
  • ฟ้องร้องดำเนินคดี หากมีเจตนาหลอกลวงผู้บริโภค

 

โฆษณาที่ดี = สร้างแบรนด์ได้ + เพิ่มยอดขาย + ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย

โฆษณาอาหาร-โฆษณาที่ดีสร้างแบรนด์ได้แบบไม่ผิดกฎหมาย

การโฆษณา อาหารที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เน้นแค่ “ขายให้ได้” แต่ต้อง “ขายแบบมีความรับผิดชอบ” ด้วย การวางกลยุทธ์สื่อสารที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและไม่ผิดกฎหมาย จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ให้มืออาชีพอย่าง ThaiFDA ช่วยดูแลทุกขั้นตอน

โฆษณาอาหาร-ให้มืออาชีพช่วยดูแล

สำหรับเจ้าของแบรนด์หรือผู้ประกอบการที่ต้องการ โฆษณาอาหาร อย่างถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องศึกษาเอกสารราชการยาก ๆ ด้วยตัวเองเสมอไป ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องใช้บริการจาก ThaiFDA

  • เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านใบอนุญาตโฆษณา อาหาร ยา สมุนไพร และเครื่องมือแพทย์
  • ประเมินสคริปต์ล่วงหน้า เพื่อช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธ
  • จัดการเอกสารครบวงจร ตั้งแต่เตรียมแบบฟอร์มยันยื่นเรื่องกับ อย.
  • รวดเร็ว ถูกต้อง ไม่ต้องรอคิวนาน

คุณสามารถเข้าไปดู รายละเอียดบริการต่าง ๆ ได้ที่ www.thaifda.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ

 

สรุป โฆษณาอาหาร ที่ดี ต้องถูกกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

โฆษณาอาหาร-ต้องถูกกฎหมาย-สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

การ โฆษณา อาหาร ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างยอดขาย แต่คือการรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและต่อกฎหมาย การขอ ใบอนุญาตโฆษณา จึงเป็นขั้นตอนที่ทุกแบรนด์ควรทำตั้งแต่เริ่ม ไม่ว่าจะเป็น โฆษณายา, โฆษณาสมุนไพร, หรือ โฆษณาเครื่องมือแพทย์ ก็ล้วนอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มงวด

และหากคุณต้องการความมั่นใจในการโฆษณาแบบมืออาชีพ ให้เว็บไซต์ ThaiFDA.com เป็นผู้ช่วยของคุณ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างถูกต้อง ถูกใจ และถูกกฎหมาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข #รับขอใบอนุญาตโฆษณา อย. #บริการขอใบอนุญาตโฆษณา #อย. https://www.thaifda.com #ฆอ #ฆท #ฆพ #ฆสมพ #อนุมัติไว #ถูกต้อง #บริการขออนุญาต #โฆษณาอาหาร #โฆษณายา #โฆษณาเครื่องมือแพทย์ #โฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพร #ขอฆอราคากันเอง #ครบจบที่เรา #ด้วยประการณ์ยาวนานกว่า25ปี #จ้างจ่ายจบครบที่นี่ #ขอใบอนุญาตโฆษณาอาหารยาเครื่องมือแพทย์ผลิตภัณฑ์สมุนไพร #โฆษณาถูกต้อง #ถูกกฎหมาย #ถูกต้องตามข้อกำหนด #ถูกต้องตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค #ขออนุญาตโฆษณาสื่อโทรทัศน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อวิทยุ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่อออนไลน์ #ขออนุญาตโฆษณาสื่ออินเตอร์เน็ต #โฆษณาติ๊กต๊อกต๊อก
Picture of กองบรรณาธิการ ThaiFDA

กองบรรณาธิการ ThaiFDA

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ อย. ประสบการณ์กว่า 25 ปี ดูแลเคสสำเร็จมาแล้วกว่า 1,800 เคส
อ่านแล้วยังสับสน? กลัวเตรียมเอกสารผิด? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี

ปรึกษาฟรี!

บทความที่เกี่ยวข้อง